 |
Novel Vortex หรือ Novel Extra Turbo
เป็นอุปกรณ์ที่ ช่วยเพิ่มคุณภาพการอัดอากาศในท่อไอดีให้หมุนเป็นเกลียว 2 ชั้น เพื่อปั่นผสมเข้ากับโมเลกุลของน้ำมันได้ดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้ในรอบจัด หรือความเร็วสูงสุดของการขับขี่
|
 |
รถยนต์นั้นสามารถเคลื่อนที่ได้โดยการนำระเบิด หรือการจุดระเบิดไปผลัก หรือขับดัน
ลูกสูบให้เคลื่อนที่ขึ้นลง เพื่อให้ไปขับเพลา ลูกเบี้ยวและส่งผลให้ล้อของรถยนต์นั้นหมุน
ต่อไปโดยลูกสูบนั้นเมื่อเคลื่อนที่ลง จะทำให้เกิดสูญญากาศและอากาศก็จะถูกดูดเข้ามา
ผ่านหม้อกรองอากาศ เข้ามายังท่อไอดี ผ่านวาล์วปีกผีเสื้อ และผสมกับน้ำมันผ่านวาล์ว
ไอดีเข้ามายังกระบอกสูบ เพื่อให้เกิดการสปาร์คกับหัวเทียน(เบนซิน) หรืออุณหภูมิสูง
(ดีเซล) ส่งผลให้เกิดการระเบิด เพื่อขับดัน ผลักลูกสูบให้เคลื่อนที่ลงต่อไป |
 |
จากภาพ จะเห็นได้ว่า หัวฉีดน้ำมันที่ฉีดเป็นละอองฝอยนั้น จะถูกอากาศที่ถูกดูดเข้ามา
ทางท่อไอดี ชนและนำเอาละอองน้ำมันเข้าไปด้วยกันกับอากาศไปยังห้องเผาไหม้ภาย
ใน เสื้อสูบซึ่งเครื่องยนต์แบบเดิม ๆ ที่ยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ Novel Vortex นี้
ละอองของน้ำมันจะถูกอากาศ ที่ไหลเข้ามาตรง ๆ ชน ซึ่งจากภาพที่แล้วจะเห็นได้
ว่าหัวฉีดน้ำมันนั้นมักจะติดตั้งอยู่เพียงด้านเดียวของท่อทางเข้า ซึ่งค่อนข้างยาก
ที่น้ำมันจะถูกเผาไหม้ให้หมดไปเพราะน้ำมันที่เป็นของเหลวจะมีพื้นที่ผิวที่น้อย
ในการสัมผัสกับอ๊อกซิเจนในอากาศเปรียบเสมือนเราฉีดน้ำจากกระบอก Foggy
เป็นละอองไปในอากาศ ถ้าเราให้อากาศตรงวิ่งผ่าน ละอองน้ำที่ฉีดนั้นจะไม่
สามารถระเหยให้หมดไปได้รวดเร็ว ในพื้นที่แคบ ๆ เพียงแค่ท่อ ไม่กี่นิ้วแต่ภาย
หลังจากการติดตั้ง Novel Vortex เข้าไป จะเห็นได้ว่า อากาศจากเดิมที่เคย
เข้าตรงจะกลายเป็นอากาศหมุน เข้าไป ปั่น ชน คลุกเคล้า เอาโมเลกุลของน้ำมัน
ทั้งหมดพาให้เข้าไปในวงของลมหมุน ไปยังห้องเผาไหม ได้โดยง่าย และ
หลงเหลือน้อยที่สุดเป็นเพราะว่าอากาศหมุนนี้จะมีพลังงานจลน์มากกว่าอากาศ
ที่ไหลเข้ามาตรง ๆ จึงมีแรงอุ้ม แรงพยุงตัวที่ดีกว่าในการอุ้มเอาโมเลกุลของ
น้ำมันที่หนักกว่าเข้าไป ยังห้องเผาไหม้
เปรียบเสมือนลูกข่างที่หมุนรอบตัวเองได้โดยไม่ล้มโดยง่าย ซึ่งการหมุนของ
เทหวัตถุใด ๆ ก็ตามที่หมุนรอบตัวเองจะมีความโน้มนำให้อยู่ในทิศเดิมเสมอ
แรงที่เกิดจากการหมุนจะต่อต้านมิให้เทหวัตถุนั้นเปลี่ยนทิศไป เช่นเดียวกันกับ
ลูกบอลหรือลูกปืน ก็เช่นกัน การหมุนรอบตัวเองจะช่วยให้มันรักษาทิศทางเดิม พื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางตามความต้องการได้ นอกจากนั้นการหมุนยัง
ช่วยลดความต้านทานของอากาศและกระแสลมด้วย ทำให้ กองหลังของอเมริกัน
ฟุตบอลนิยมขว้างลูกให้หมุน เพื่อให้ไปยังประตูของฝ่ายตรงข้าม นั่นเอง
อากาศที่เราหายใจกันอยู่ทุกวัน มีอ๊อกซิเจนเป็นส่วนประกอบอยู่เพียง 22%
เท่านั้น ในก้อนมวลอากาศ 100% สมมติว่าอากาศที่เข้าไปในกระบอกสูบ
100 ตัว มีโอกาสที่โมเลกุลของน้ำมัน จะไม่เจอโมเลกุลของอ๊อกซิเจนมีอยู่
สูงถึง 78% เลยทีเดียว ถ้าอากาศที่เข้าเป็นอากาศตรง ๆ เข้าไป เพราะความหนาแน่นของแต่ละพื้นที่ของอากาศ และน้ำมัน นั้นย่อมไม่เท่ากัน ซึ่งอันนี้เองส่งผลให้น้ำมันตกค้าง หลงเหลือจากการเผาไหม้มีอยู่สูง แต่ถ้าหาก
เป็นอากาศหมุน ก็จะปั่นผสมโมเลกุลของอ๊อกซิเจนทั้ง 22 โมเลกุล ให้มีโอกาส
ที่จะเจอกับโมเลกุลของน้ำมันได้มากกว่า ด้วยการปั่น เช่นเดียวกันการปั่นย่อม
ละเอียดกว่า การโขลก หรือตำ
จึงส่งผลให้ได้ แรงม้าเพิ่มขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น วิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้น
ในปริมาณน้ำมันหยดเดิม เหนื่อยกับการกดเท้าน้อยลง จากภาพแทนที่จาก
เดิมเท่าเหยีบบคันเร่ง (สีแดง) แต่เมื่อใส่ Novel vortex จะทำให้ใช้แรง
กดน้อยลง (สีดำ) ในอัตราความเร็วเดิมรอบเดิม
|
 |
 |
 |
จากภาพ จะเห็นได้ว่า ถ้าคุณภาพของหัวฉีดไม่ดี น้ำมันไหลออกมาเป็นน้ำ
การเรียงโมเลกุลของน้ำมัน หรือการสลายโมเลกุลของน้ำมันให้เล็็๋กลง ก็จะ
ไม่มีประโยชน์ เลย กล่าวคือ แรงดันของหัวฉีดน้ำมันให้น้ำมันออกมา
ละเอียดมากที่สุด จะเป็นผลให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสที่จะผสมกับอ๊อกซิเจนมากขึ้น
ก็จะได้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นมากกว่า หัวฉีดที่ไม่สามารถฉีดออกมาเป็น
ละอองฝอยได้อย่างละเอียด ซึ่งอันนี้จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของน้ำมัน
ก่อนที่จะมาผสมกับอ๊อกซิเจน |
 |
ซึ่งการกระทำใด ๆ กับน้ำมันก่อนเข้าหัวฉีดนั้นจะมีผลด้านการประหยัด
น้อยกว่าหรือด้อยกว่า แรงดันที่จะดันน้ำมันออกมาให้เป็นละอองฝอย
(อีกนัยหนึ่งคือ อุปกรณ์ประหยัดน้ำมันแบบกระทำกับน้ำมัน ก็ยังต้องพึ่ง หรืออาศัยการทำงานของหัวฉีดน้ำมัน อยู่นั่นเอง)
ตำแหน่งติดตั้ง สามารถติดตั้งได้สองจุด คือตำแหน่งที่ 1 และตำแหน่งที่ 2
|
 |
|
 |
วิธีการวัดอัตราประหยัดน้ำมัน
หลักการของการวัดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง คือ
"ปริมาณน้ำมันที่หายไป กลายไปเป็นระยะทางเท่าใด" และการวัดควรเป็นค่าเฉลี่ย 3-5 ครั้งเพราะว่ามีโอกาสสูง ที่ในถังน้ำมันจะมีฟองอากาศ และทางที่วัดควรเป็นทางที่รถไม่ติด เพราะว่ารถติดจะไม่สามารถจับระยะทางเป็นตัวเลขออกมาได้อย่างแน่ชัด เพราะว่าถ้าหากรถติด การเบิ้ลคันเร่ง คันน้ำมัน ก็จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้เช่นกัน โดยไม่ทราบระยะทาง และการออกตัวในการชับรถของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
ไม่เท่ากัน ฉะนั้นจึงไม่ควรวัด หรือจับน้ำมันในขณะรถติด ถ้าเป็นเช่นนั้นควรเริ่มจับระยะใหม่ตั้งแต่ต้น
กล่าวคือ วัดตอนเดินทางไกลออกต่างจังหวัดจะให้ผลที่แม่นยำมากที่สุด หรือไม่ก็วัดในสนามแข่ง เลยก็จะยิ่งดี
|
จากที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อเบื้องต้นนั้น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั่วโลกมีงานวิจัยและบทความ รวมถึงสิทธิบัตรทางด้านการออกแบบ
วาล์วห้องเผาไหม้ ท่อไอดี แบบอากาศหมุนวนด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เฉพาะเจาะจงแต่บริษัทที่ยกตัวอย่าางมาให้ดูนี้เท่านั้น หากท่านอยู่ในวงการ
รถยนต์จริงท่านจะทราบว่า ในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังจะออกมาในอนาคตอันใกล้อีกไม่นานนี้ ก็จะมีระบบอกาศหมุนวน เพิ่มประสิทธิภาพ
ของการเผาไหม้กันแทบทั้งสิ้น ดังตัวอย่างด้านล่าง

Link ไปยังเวปไซด์ของ Benz
http://www.mercedes-benz.com/com/e/home/innovation/index.html
|
ตัวอย่างสิทธิบัตร การหมุนวนอากาศแบบชั้นเดียวของ บริษัท เจนเนอร์รอลมอเตอร์
**คำว่า Swirl มีความหมายนัยเดียวกันกับ Vortex
|
แตกต่างกับอุปกรณ์ Novel Vortex ตัวนี้ตรงที่ เป็นระบบอากาศหมุนวนแบบสองชั้น ซึ่ง Novel vortex นี้จะสร้างให้อากาศหมุนวนเป็นวงเข้าไปซ้อนกัน สองวง เป็นผลให้ลมหมุนวงที่สองช่วยเก็บกวาดน้ำมันส่วนที่เหลืออีกครั้งหนึ่ง ได้อย่างหมดจดพอดี
|